ชี้พิพัด เทพทันใจ ทั้ง 5 องค์

ชี้พิพัด เทพทันใจ ทั้ง 5 องค์

 

ชี้พิกัด เทพทันใจ พม่า ทั้ง 5 องค์

สำหรับท่านที่ชอบขอพร เรามีชี้พิกัดให้พวกคุณแล้ว
หลายคนมักคิดว่า พม่ามีเทพทันใจแค่ที่โบตาทาวน์ที่เดียวเท่านั้น อันที่จริงแล้ว มีทั้งหมด 5 องค์ด้วยกันไปพม่าทั้งที ต้องเป็นเศรษฐีกลับมา


1.พระธาตุอินแขวน
หรือ ไจ้ก์ทิโย หมายถึง หินรูปหัวฤๅษี เป็น 1 ใน 5 สถานที่ขอพรที่ชาวพม่า และพุทธศาสนิกชนชาติอื่น ๆ นิยมไหว้พระขอพรเป็นจำนวนมาก โดยตัวเจดีย์นี้ตั้งอยู่บนหินก้อนกลมยักษ์ขนาดสูงใหญ่กว่า 5 เมตร บนยอดเขา Paung Laung เหนือระดับ น้ำทะเล 3,615 ฟุต ซึ่งตั้งหมิ่นเหม่ถ้าทายแรงโน้มถ่วงของโลกจริง ๆ แต่ทว่าพระธาตุและก้อนหินสีทองกับไม่ล่วงลงมา และไม่ไหวเอนเลยสักนิด ช่างเป็นความสมดุลที่ธรรมชาติได้สร้างสรรค์มาอย่างลงตัว ด้านบนของหินสีทองเป็นที่ประดิษฐานของพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า ซึ่งก็มีเรื่องเล่าความเป็นมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล จนกลายมาเป็นสถานที่ขอพร เทพทันใจ พม่า ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบั

2.เจดีย์สุเล
เจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม สีทองอร่าม (Sule Pagoda) ณ เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า หรือที่เรียกกันว่า สุเลพญา (Sule Paya) ตั้งอยู่ใจกลางเมือง (ถ้าเป็นกรุงเทพฯ ก็ประมาณอนุสาวรีย์ชัยฯ) ถนนสายหลักทุกสายพุ่งเข้าหาเจดีย์นี้ นั่นเพราะว่าในสมัยที่อังกฤษครองพม่า ได้วางผังเมืองแบบ Victorian grid-plan โดยยึด เจดีย์สุเล เป็นศูนย์กลาง ถ้าไปดูแผนที่ตัวเมืองย่างกุ้ง จะเห็นว่าถนนตัดกันเป็นบล๊อคสี่เหลี่ยมแล้วมีเจดีย์สุเลอยู่ตรงกลาง
เจดีย์สุเล ไม่ได้เป็นแค่ศูนย์กลางหรือวงเวียนให้รถวิ่งวนไปวนมา แต่ยัังเป็นเจดีย์เก่าแก่ที่ชาวพม่านับถือ ว่ากันว่ามีอายุเป็นพันๆ ปี ซึ่งเก่ากว่า เจดีย์ชเวดากอง ด้วยความที่เจดีย์เหมือนเป็นวงเวียนอยู่ซะกลางถนน วิธีการเดินเข้าเจดีย์นั้น ทำได้ทั้งการข้ามสะพานลอยซึ่งจะไปต่อกับลานเจดีย์ด้านบนพอดี หรือจะเดินข้ามถนนเข้าทางเข้าด้านล่าง แล้วเดินขึ้นเจดีย์ไปอีกทีก็ได้ พอเข้ามาด้านในแล้วจะลืมไปเลยว่า ตอนนี้ฉันอยู่กลางวงเวียน ฐานเจดีย์โดยรอบ มีพระประจำวันเกิดให้สักการะบูชาตามธรรมเนียม เราจะได้เห็นชาวพม่าเข้ามากราบไหว้ ทำบุญ เป็นเรื่องปกติเลย

3.พระเจดีย์เยเลพญา
หรือ เจดีย์กลางน้ำ ตามตำนานเล่าว่า เจดีย์แห่งนี้สร้างในสมัยมอญเรืองอำนาจ เมื่อราวพันกว่าปีก่อน โดยพระสงฆ์รูปหนึ่งฝันว่าที่แห่งนี้มีเจดีย์สวยงาม แล้วได้ไปทูลกษัตริย์ในสมัยนั้นเพื่อขอให้สร้างเจดีย์กลางน้ำแห่งนี้ และยังได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า ถ้าหากมีน้ำท่วมก็ขออย่าให้ท่วมองค์พระเจดีย์ ถ้ามีผู้คนมากราบไหว้จำนวนมากเท่าไหร่ก็ขอให้ไม่มีวันเต็มล้นพื้นที่ เพราะเจดีย์แห่งนี้สร้างบนเกาะมีสภาพเป็นเพียงเกาะเล็กๆกลางแม่น้ำกว้างใหญ่เท่านั้น ว่ากันว่าหากมีงานพิธีจัดขึ้นที่นี่ สามารถจุคนได้ถึง 2 หมื่นคน เป็นพระเจดีย์กลางน้ำ มีเรือรองรับนักท่องเที่ยว จ กว่าลำเรียงรายจอดอยู่ ภายในศาลริมน้ำจะมีแม่ค้าเอาดอกไม้ ธูปเทียน พวงมาลัย ธง-ฉัตรมาขาย ก่อนลงเรือต้องถอดรองเท้าก่อนขึ้นเรือ จะมีเด็กมานวดเท้าให้พร้อมกับขอค่าทริบ มีชาวพม่ามานมัสการเดินตามริมน้ำจำนวนมาก ระหว่างประตูขึ้นไปจะพบยักษ์สีเขียว 2 ตน ที่ประตูทางเข้า นั่งขนาบอยู่ซ้าย-ขวา คนพม่าเชื่อกันว่าหากนำมือไปลูบตามตัวยักษ์เช่น ลูบหลังแล้วจึงมาลูบหลังของตัวเอง อาการปวดหลังก็จะหายไป หากปวดที่จุดอื่นก็ให้ลูบตัวยักษ์ที่จุดนั้นแล้วมาลูบร่างกาย ตัวเองจะทำให้ความเจ็บปวดหายไปได้ ประตูทางเข้า ไม้ฉลุทาสีทองสวยมาก นมัสการพระพุทธรูปเก่าแก่ทรงเครื่องจักรพรรดิประดิษฐานบนบัลลังก์ไม้แกะสลักปิดทองคำทองเปลวที่มีความงดงามอธิษฐานและร่วมทำบุญบูรณะพระเจดีย์ นมัสการพระพุทธรูปแกะสลักศักดิ์สิทธิ์บริเวณพระเจดีย์ องค์พระประธานในวัด

4.เจดีย์ชเวดากอง
(Shwedagon Pagoda) เป็น 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของชาวพม่า เป็นเจดีย์สีทองขนาดใหญ่ที่บรรจุพระเกศาธาตุรวมทั้งหมด 8 เส้นด้วยกัน คำว่า "ชเว" แปลว่า ทอง ส่วนคำว่า "ดากอง" หรือ "ตะเกิง" ก็คือชื่อเดิมของเมืองย่างกุ้งนั่นเอง เจดีย์ชเวดากอง จึงหมายถึง เจดีย์ทองคำแห่งเมืองดากอง
ตามตำนานที่เล่าต่อๆ กันมาว่า เจดีย์ชเวดากองได้ถูกสร้างขึ้นเมื่อราวๆ 2,500 กว่าปีก่อน โดยมีสองพี่น้องวานิช ชื่อว่า ตปุสสะ และ ภัสลิกะ ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ด้วยความดีของสองพี่น้อง พระองค์จึงได้ประทานพระเกศาให้ 8 เส้น ทั้งสองพี่น้องจึงได้อัญเชิญมายังบนเนินเขา เสนคุตตระ จากนั้น พระเจ้าโอกะลัปจึงได้ทรงสร้างเจดีย์ครอบพระเกศาทั้ง 8 เส้น ต่อมาได้มีกษัตริย์มอญและกษัตริย์พม่าให้มีการต่อเติมบูรณะเพิ่มเติมอีกหลายครั้งจนมีขนาดใหญ่เท่าปัจจุบัน ที่นี่มีบริเวณกว้างขวางทำให้เจดีย์ชเวดากองโดดเด่นเห็นได้ชัดแม้อยู่ไกล
ไม่เพียงมีแต่เจดีย์ชเวดากองเท่านั้น ยังมีเจดีย์ขนาดน้อยใหญ่เรียงรายสวยงามราวกับอยู่เมืองสวรรค์ อาจจะยังไม่มีใครทราบว่าบนยอดของเจดีย์ชเวดากองมีเครื่องประดับมากมายที่เรามองไม่เห็น บนยอดเจดีย์มีการประดับด้วยเพชรจำนวน 4,531 เม็ด ยังมีทับทิม ไพลิน และบุษราคัมอีก 2,317 เม็ด รวมทั้งระฆังทองอีกจำนวน 1,065 ใบ ส่วนบนยอดสุดที่มีปลายแหลมมีเพชรเม็ดใหญ่เท่าฝ่ามือหนัก 72 กะรัต 1 เม็ด ประดับอยู่

5. เจดีย์โบตาทาวน์
“โบตะทาวน์” แปลว่า เจดีย์นายทหาร 1,000 นาย ตามตำนานเล่าขานว่า เมื่อราว 2,000 ปีก่อน พระเจ้าโอกะลาปะกษัตริย์มอญทรงบัญชาให้นายทหารระดับแม่ทัพตั้งแถวถวายสักการะแด่พระเกศธาตุที่นายวาณิชสองพี่น้องอัญเชิญมาทางเรือและมาขึ้นฝั่งเมืองตะเกิงหรือดากอง ณ บริเวณนี้ จึงสร้างเจดีย์โบตะทาวน์ไว้เป็นที่ระลึก พร้อมทั้งแบ่งพระพุทธเกศา 1 เส้นมาบรรจุไว้ ก่อนนำไปบรรจุในมหาเจดีย์ชเวดากองและเจดีย์สำคัญอื่นๆ
โบตะทาวน์จึงเป็นหนึ่งในมหาบูชาสถานของชาวมอญและพม่าเรื่อยมา จนกระทั่งเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง (พ.ศ.2486)เครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรได้ทิ้งระเบิดถล่มย่างกุ้ง ทำให้เจดีย์โบตะทาวน์องค์เดิมถูกทำลายพินาศ แต่ในระหว่างการบูรณะได้ค้นพบผอบทรงสถูปบรรจุพระเกศธาตุและพระบรมสารีริกธาตุ ครั้นเมื่อเจดีย์โบตะทาวน์องค์ใหม่ สูง 40 เมตร สร้างเสร็จในปี พ.ศ.2496 จึงนำพระเกศธาตุมาบรรจุในมณฑปครอบแก้วใส ประดิษฐาน ณ ใจกลางเจดีย์ และทำช่องทางให้พุทธศาสนิกชนเดินเข้าไปดูและสักการบูชาได้อย่างใกล้ชิด นับเป็นเจดีย์องค์เดียวที่เปิดให้เห็นพระธาตุอย่างชัดเจน

 
 
ไม่มีรายการสินค้าในหมวดหมู่ที่เลือก.